Categories
สล็อต

pg slot คุณต้องพิจารณาสามส่วนที่แตกต่างกัน

แนวคิดเบื้องหลัง SimCity คือการสร้าง pg slot เมืองและเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรและเจริญรุ่งเรือง – ทุกอย่างตั้งแต่รูปลักษณ์ของถนน ธุรกิจในท้องถิ่น พลเมือง สภาพอากาศ และภูมิประเทศจะถูกควบคุม เป้าหมายของเกมคือการเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างรุ่งโรจน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อสร้างเมืองของคุณเอง ความสนุกจะอยู่ในรายละเอียดของการสร้าง ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อกอบกู้เมืองของคุณจากการถูกทำลาย

ตั้งแต่เริ่มเกม คุณต้องพิจารณาสามส่วนที่แตกต่างกัน:

1. เป้าหมายและเงิน- คุณต้องการสะสมเงินในเมืองของคุณเท่าไหร่? คุณกำลังตั้งเป้าที่จะทำกำไรได้ดีหรือคุณหวังที่จะสร้างเมืองที่เจริญรุ่งเรืองหรือไม่? คุณต้องการเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรสูงและอาชญากรรมต่ำหรือไม่? หรือคุณต้องการที่จะสร้างเมืองที่แผ่กิ่งก้านสาขาที่ทุกคนใน pg slot ทาวน์วอลล์และต้องการจะมีชีวิตอยู่? แม้ว่าเงินจะตึงตัว คุณก็ยังต้องใช้เงินเพื่อซื้ออาหาร การป้องกัน อาวุธ ยานพาหนะ และ “ยัด” อื่นๆ มากมายทั่วเมืองของคุณ

pg slot เว็บตรง

2. สมาชิกสภา- ใครบ้างที่สามารถช่วยเหลือพลเมืองของคุณนอกเหนือจากนายกเทศมนตรีได้? ซิมส์บางคนจะหาเงินได้เอง บางคนก็ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น เมื่อคุณมีที่ปรึกษาแล้ว พวกเขาจะนำรายได้และงานบางอย่างมาให้คุณ ในฐานะที่ปรึกษาของคุณ คุณอาจถูกขอให้ “ทำประกัน” ทรัพย์สินหรือพื้นที่ใกล้เคียงบางแห่ง นี่เป็นบทบาทที่สนุกสนาน – คุณมักจะให้ซิมคนหนึ่งบอกทุกคนในละแวกนั้นว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเว้นแต่คุณจะพอใจในระดับหนึ่ง

3. บอส-ผู้จัดการเมือง ใครที่จะนำองค์ประกอบทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างเมืองมารวมกันได้ดีกว่าคนที่สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่แรก? ถูกต้องเจ้านาย ใน SimCity 5 มีบอสสามประเภทที่คุณต้องเผชิญ: พิชิตได้, พิชิตไม่ได้ และบอสทรงพลัง ทำไมการมีเจ้านายที่ทรงพลังถึงสำคัญ? หมายความว่าเมื่อคุณได้รับ pg slot โอกาสในการออกแบบ สร้าง ผลิต ติดตั้ง จะไม่มีใครหยุดคุณได้ การสนับสนุนทางการเมืองและธุรกิจที่คุณต้องการจะอยู่ที่นั่น และจะไม่มีการผูกมัดเหมือนในภาคก่อน

เมื่อพูดถึงการเพิ่มใหม่ของเกม SimCity MMO ได้ขยายในหลายพื้นที่ที่เราเห็นในต้นฉบับ ตอนนี้คุณสามารถสำรวจโลกทั้งใบซึ่งมีหน่วยงานเปล่งแสงในเมืองที่มีคุณลักษณะดังกล่าว คุณยังสามารถสร้างมหานครจากพิมพ์เขียวของประเทศ และดูมันเติบโตใน “เกม” ออนไลน์ของคุณเอง จนกว่าคุณจะฝันถึงการสร้างลอสแองเจลิสภายในเวลาไม่กี่วันpg slot

อย่าลืมว่าคุณยังสามารถเพลิดเพลินกับคอลเลกชั่นฟีเจอร์โซเชียลเน็ตเวิร์กใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมใน SimCity 5 ได้อีกด้วย คุณสามารถแบ่งปันความสามารถด้านการออกแบบของคุณกับเพื่อน ๆ ได้ คุณสามารถอัปโหลดงานล่าสุดของคุณไปยังไซต์โซเชียลมีเดีย เช่น Twitter คุณยังสามารถหาเพื่อนบ้านที่คุณสามารถเยี่ยมชมและปรับปรุงชื่อเสียงของคุณด้วย ระบบวัตถุประสงค์ใหม่ช่วยให้คุณรู้ว่าเมืองของคุณมีมูลค่าเท่าใด และต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใดในการอัพเกรดจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

pg slot แตกง่าย

โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในเกม SimCity ใหม่ หากคุณสามารถแพร่ระบาดได้ คุณก็สามารถทำให้เมืองของคุณเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต้องการไปเยี่ยมชมได้ อย่างที่โบราณว่าไว้ ถ้าอยากได้อะไรดีๆ ให้ลงมือทำเอง นั่นคือเหตุผลที่การกำหนดเป้าหมายและวัดความสำเร็จตามขนาดเมืองของคุณเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถออกแบบเมืองของคุณทุก ๆ ครบรอบ 10 ปีของการสร้างเมืองได้หรือไม่? คำตอบคือใช่แน่นอน!

คุณจะเป็นผู้ pg slot เชี่ยวชาญ SimCity คนต่อไปหรือไม่? แม้ว่าคุณจะลองทำสิ่งนี้ก่อน คุณจะไม่มีทางรู้ว่ารู้สึกอย่างไรที่มีเมืองของคุณเองอยู่ในมือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณจะสามารถแก้ไขเมืองที่พังและทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นหนึ่งในผู้เล่นอันดับต้น ๆ ของเกม ผู้เล่นระดับแนวหน้าเล่นเกมนี้อย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเมืองของพวกเขาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ดังนั้นหากคุณต้องการใช้เทคนิคล่าสุดเพื่อเพิ่มขนาดเมืองของคุณ อาจถึงเวลาที่คุณต้องพิจารณา SimCity

Categories
BLOG

โทโคโระเท็น เส้นหมี่ญี่ปุ่นที่มีวิธีรับประทานแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

เสน่ห์ที่สำคัญของอาหารญี่ปุ่นคือ อาหารตามฤดูกาลซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเพลิดเพลินและมีชีวิตชีวาไปกับฤดูกาลต่างๆ หนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูร้อน คือ โทโคโระเท็น (Tokoroten, ところてん) ซึ่งเป็นเส้นหมี่ญี่ปุ่นชนิดพิเศษที่รับประทานคล่องคอ และมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่น มารู้จักโทโคโระเท็นและวิธีการนำมารับประทานของคนญี่ปุ่นกันค่ะ

รู้จักโทโคโระเท็นและความเป็นมา

โทโคโระเท็น
สาหร่ายทะเลวัตถุดิบในการทำโทโคโระเท็น

โทโคโระเท็นเป็นเส้นหมี่ญี่ปุ่นที่มีลักษณะใสคล้ายเยลลี่ ทำจากวุ้นที่สกัดมาจากสาหร่ายทะเลชื่อเท็นกุสะ (Tengusa, 天草) คนญี่ปุ่นรับประทานเส้นหมี่ชนิดนี้มาเป็นเวลามากกว่า 1,200 ปี โดยรับอิทธิพลมาจากจีนตั้งแต่สมัยนารา และในสมัยนั้นเส้นหมี่ชนิดนี้เป็นอาหารหรูที่รับประทานกันเฉพาะในหมู่ขุนนางญี่ปุ่น แต่เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะคนทั่วไปก็สามารถรับประทานเส้นหมี่วุ้นนี้ได้ และรับประทานกันมาจนถึงปัจจุบันซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไป

โทโคโระเท็นกับวิธีการรับประทานที่แตกต่างกันตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น

คนพื้นที่คันไซในจังหวัดต่างๆ เช่น เกียวโต โอซาก้า นาระ ชิกะ วาคายามะ และโทคุชิมะ รับประทานโทโคโระเท็นเป็นของหวานกับน้ำเชื่อมคุโรมิสึ คนในพื้นที่คันโต เช่น โตเกียว เป็นต้น รับประทานโทโคโระเท็นกับโชยุผสมน้ำส้มสายชู และคนในจังหวัดโคจิรับประทานโทโคโระเท็นกับน้ำซุปจากปลาโบนิโตะแห้งคล้ายกับอุด้งและโซเม็ง

โทโคโระเท็นกับน้ำเชื่อมคุโรมิสึ
โทโคโระเท็นกับซอสจากส่วนผสมของโชยุและน้ำส้มสายชู

วิธีการนำโทโคโระเท็นมารับประทานแบบอื่นๆ

ด้วยเป็นเส้นหมี่วุ้นที่ให้พลังงานต่ำ โทโคโระเท็น 100 กรัมให้พลังงานเพียงแค่ 2 กิโลแคลอรี่ และมีเส้นใยอาหารประมาณ 0.6 กรัม คนญี่ปุ่นนิยมนำเส้นหมี่ชนิดนี้มารับประทานเพื่อคลายร้อนไปพร้อมกับการควบคุมน้ำหนัก นอกจากวิธีการนำมารับประทานข้างต้นแล้วก็ยังนำโทโคโระเท็นมารับประทานกับส่วนผสมเครื่องปรุงมากมาย เช่น ซอสเปรี้ยวพอสซึ (Ponzu sauce), น้ำสลัดงา, เมนซึยุ (Mentsuyu) และขิงขูด, เกลือ พริกไทยและน้ำมันมะกอก, โชยุ กิมจิและน้ำมันงา,  น้ำผึ้งและผงถั่วเหลืองคินาโกะ และ ไอศกรีมวนิลลาและผลไม้กระป๋อง เป็นต้น

โทโคโระเท็น

 

โทโคโระเท็นมีรสชาติที่ขมเล็กน้อยแต่จะอร่อยขึ้นมาทันทีเมื่อรับประทานกับเครื่องปรุงรสหลากหลาย ด้วยมีปริมาณพลังงานต่ำสาวๆ ญี่ปุ่นจะโปรดปรานเส้นหมี่ชนิดนี้เป็นพิเศษ ไว้มาเยือนญี่ปุ่นก็ลองชิมเมนูจากโทโคโระเท็นดูค่ะ    UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

เปิดแล้ว “Shibuya Scramble Square” แลนด์มาร์คใหม่แห่งชิบูย่ากับจุดชมวิวสุดอลังการที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

“ชิบูย่า” ย่านการค้าของกรุงโตเกียวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก กับภาพความวุ่นวายของผู้คนมหาศาลบน 5 แยกที่ใครๆก็ต้องเคยเห็นภาพ ชิบูย่าไม่เคยหลับใหลและไม่เคยหยุดนิ่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีศูนย์การค้าขนาดยักษ์เปิดตัวอย่างต่อเนื่องหลายที่ เช่น Shibuya Hikarie, Shibuya Stream และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ถึงคราวของ Shibuya Scramble Square ที่เปิดตัวประกาศขอเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของชิบูย่าแห่งนี้ ที่นอกจากจะมีร้านค้า ร้านอาหารมากมายแล้ว จุดชมวิวของที่นี่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวต้องอยากแวะมาสักครั้ง

Shibuya Scramble Square

 

“Shibuya Scramble Square” เปิดให้บริการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นอาคารที่รวมเอาทั้งศูนย์การค้าที่มีบริการหลากหลายมาไว้ในแห่งเดียว ตั้งอยู่เชื่อมกับสถานีชิบูย่า เป็นหนึ่งในโปรเจ็คต์ยักษ์ในการพัฒนาย่านชิบูย่าใหม่อีกครั้ง “Shibuya Scramble Square” มีทั้งหมด 54 ชั้น แบ่งเป็นชั้นใต้ดิน 7 ชั้นและ 47 ชั้นบนพื้นดิน มีความสูงถึง 230 เมตร ถือเป็นตึกที่สูงที่สุดในย่านชิบูย่า มาพร้อมกับจุดชมวิวที่ชั้นบนสุดซึ่งสามารถมองลงมาเห็น 5 แยกชิบูย่าได้ นอกจากนี้ยังมีตึกสำนักงานให้เช่าและศูนย์การค้าที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “New Shibuya”

หนึ่งไฮไลต์ของ “Shibuya Scramble Square” ก็คือ ศูนย์อาหารที่ชั้นใต้ดินในชื่อ Carat ที่มีร้านจำหน่ายของหวานสุดหรูเป็นจำนวนมาก รวมถึงบ้างร้านก็เป็นร้านที่เพิ่งเริ่มนำสินค้ามาวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ในส่วนของขาช็อปก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะที่ “Shibuya Scramble Square” ประกอบไปด้วยร้านค้าให้ช็อปปิ้งถึง 60% โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับสถานี JR และรถไฟใต้ดินสาย Metro Ginza มีร้านหรูมากมายที่ต้องถูกใจขาช็อปอย่างแน่นอน อีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจก็คือ ร้าน TSUTAYA ที่ชั้น 11 ซึ่งนอกจากจะมีร้านหนังสือแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นเลาจ์ให้นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือหรือชมวิวได้ในราคา 1,650 เยน/90 นาที โดยราคานี้เพื่อน ๆ สามารถทานกาแฟ ขนมของว่างต่าง ๆ ได้แบบไม่อั้นเลยล่ะ

โซนที่พลาดไม่ได้ก็คือ “Shibuya Sky” จุดชมวิวที่ชั้นดาดฟ้า สำหรับใครที่อยากขึ้นไปชมวิวชิบูย่าจากตึกที่สูงที่สุดในย่านชิบูย่าแล้วละก็ ให้เพื่อน ๆ ไปซื้อตั๋วที่ชั้น 14 จากนั้นก็จะสามารถขึ้นลิฟต์ไปถึงด้านบนได้เลย โดยลิฟต์ที่พาขึ้นไปด้านบนก็มีความพิเศษคือ เป็นลิฟต์ที่มีภาพแอนิเมชั่นสุดล้ำสมัยให้ชมที่เพดานลิฟต์ราวกับว่าลิฟต์ดังกล่าวกำลังพาเพื่อน ๆ ทะลุไปอีกหนึ่งมิติกันเลยทีเดียว

นอกจากจะได้ชมความสวยงามของชิบูย่าและกรุงโตเกียวจากความสูง 230 เมตรเหนือพื้นดินแล้ว ที่ “Shibuya Sky” ยังถูกออกแบบมาเป็นลานกว้าง สามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้แบบ 360° ซึ่งแตกต่างจากจุดชมวิวทั่วไปที่ผู้คนจะต้องเบียดเสียดกัน และยังมีดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาแล้วให้ถ่ายรูปออกมาได้สวย เท่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซน “Shibuya Edge” ซึ่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของตึก พร้อมการออกแบบกำแพงกระจกให้ต่ำเนียนไปกับเส้นขอบฟ้า เมื่อออกไปยืนตรงจุดนี้จึงเหมือนกับตัวของเราลอยอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้ามากมายของโตเกียว ถึงจะดูหวาดเสียวเล็กน้อย แต่รับประกันว่ารูปที่ได้จะต้องสวยถูกใจอย่างแน่นอนค่ะ

ที่จุดชมวิว “Shibuya Sky” นี้ค่อนข้างมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด สิ่งของที่ห้ามนำขึ้นไป เช่น ขาตั้งกล้อง ของใช้ขนาดใหญ่ หมวก ผ้าพันคอ เป็นต้น แต่ก็มีจุดรับฝากของพร้อมให้บริการอยู่นะคะ นอกจากนี้ในวันที่อากาศไม่ดีก็จะไม่เปิดให้ออกไปยังจุดชมวิวด้านนอกได้ สำหรับราคาค่าเข้าชมก็อยู่ที่ 2,000 เยน แต่หากซื้อตั๋วผ่านทางเว็บไซต์ก็จะถูกลงเหลือ 1,800 เยนสำหรับผู้ใหญ่และ 1,400 กับ 900 เยนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมและประถมตามลำดับ อีกหนึ่งข้อดีของการจองผ่านเว็บก็คือ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเสียเที่ยวแล้วจะไม่ได้ขึ้นด้วยนะคะ เพราะที่ “Shibuya Sky” ใช้ระบบจำกัดเวลาการเข้าชมและจำนวนคน เพื่อให้ประสบการณ์การชมวิวที่จุดชมวิวแห่งนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทุกคน

 

 

ขอบอกเลยว่าแค่มาที่ “Shibuya Scramble Square” แห่งนี้ที่เดียว ก็แทบจะสัมผัสกับความเป็นชิบูย่าได้แบบครบทุกมุมมองแล้วค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่านอกจากไปถ่ายรูปกับรูปปั้นฮาจิโกะ และเดินข้ามแยกชิบูย่าแล้วจะทำอะไรดี แนะนำให้แวะไปที่แลนด์มาร์คใหม่ “Shibuya Scramble Square” แห่งนี้กันได้เลยนะคะ  UFABET เว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. โตเกียวช่วงเช้าก่อน 10 โมง ไปเที่ยวไหน ทำอะไรได้บ้าง?
  2. เก็บสตรอว์เบอร์รีสด ๆ บนรถบัสไปกับ “Ichigosan Bus”
  3. “RETHINK CAFE SHIBUYA” คาเฟ่นั่งทำงานที่ให้บริการเหมือนออฟฟิศ!
  4. แนะนำ 7 คาเฟ่ในชิบูย่าพร้อม Birthday Plate น่ารัก ๆ ในวันเกิดแสนพิเศษ
Categories
BLOG

หนาวนี้ยังไม่หมดฟิน ชวนนั่ง JR EAST ไปสัมผัสเสน่ห์เมืองหิมะ ครบรสทั้งชม เล่น กิน ที่โทโฮคุและชินเอ็ทสึ

ภูมิภาคโทโฮคุและภูมิภาคชินเอ็ทสึอยู่ทางเหนือสุดถัดลงมาจากภูมิภาคฮอกไกโดของญี่ปุ่น มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และโดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดและหิมะลงปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง คุณจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพสีขาวบริสุทธิ์อันหาดูได้ยาก และยังได้สัมผัสกิจกรรมสไตล์ฤดูหนาวแบบแท้ๆ ไม่ว่าจะแช่ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางหิมะ เล่นสกีที่ลานสกีระดับโลก หรือตื่นตากับเทศกาลพื้นเมืองสุดครื้นเครง รวมถึงลิ้มรสอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย อีกทั้งคุณยังสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้ JR EAST PASS สุดคุ้ม รับรอบว่าคุณจะได้รับความประทับใจกันอย่างครบรสเลยทีเดียว วันนี้เรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางได้ด้วย JR EAST PASS มาฝากกัน

ปีศาจหิมะแห่งซาโอะ จังหวัดมายากาตะ

ภาพของปีศาจหิมะ หรือ Snow Monster ที่ตั้งเรียงรายไปตามแนวเขาสูง พร้อมทัศนียภาพที่ต่างกันไปตามแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ไม่ว่าจะยามบ่าย คล้อยเย็น หรือกลางดึก ทำให้สถานที่แห่งนี้งดงามราวกับเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอก คุณสามารถชื่นชมศิลปะผืนนี้แบบพาโนรามาได้ระหว่างนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขา และหากอยู่ต่อถึงช่วงค่ำคุณจะได้นั่งรถตะลุยหิมะเพื่อเข้าไปชมปิศาจหิมะประดับไฟกลางคืนอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

ปีศาจหิมะ ภูเขาฮักโกดะ จังหวัดอาโอโมริ

อีกหนึ่งสถานที่ชมปีศาจหิมะอันโด่งดัง เกิดจากต้นไม้มากมายบนภูเขาฮักโกดะทนต้านแรงลมและหิมะจนก่อเป็นรูปร่างแท่งน้ำแข็งอันสวยงามในที่สุด ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปชมมากที่สุดคือช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งคุณจะได้พบกับโลกสีขาวโพลนสุดแสนมหัศจรรย์ นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพของปีศาจหิมะที่มีทิวเขาขาวสุดกว้างไกลเป็นฉากหลังขณะนั่ง Hakkoda Ropeway ได้อีกด้วย ถือเป็นไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดเลยทีเดียว
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

แม่น้ำและทางรถไฟสายทาดามิ จังหวัดฟุคุชิมะ

หากคุณต้องการนั่งรถไฟชมวิวหิมะ เราขอแนะนำทางรถไฟสาย JR Tadami Line ที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 3 เส้นทางรถไฟที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดของญี่ปุ่น รถไฟขบวนนี้จะพาคุณวิ่งเข้าสู่โลกของหิมะขาวสะอาดและข้ามแม่น้ำทาดามิด้วยสะพานเหล็กให้ความรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในม่านเมฆ และหากคุณพอมีเวลา อย่าลืมแวะลงที่สถานีนี้เพื่อเก็บภาพของสะพานเหล็กที่สะท้อนเงาลงบนแม่น้ำทาดามิขณะถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหิมะ
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

นาขั้นบันได โฮชิโทเกะ จังหวัดนีกาตะ

นาข้าวที่เรียงเป็นขั้นบันไดนับเป็นจุดเด่นของเมืองโทกะมาจิ ผืนนาน้อยใหญ่เรียงกันกว่า 200 ขั้นกระจายตัวดูคล้ายเกล็ดปลาเกลื่อนกลาดอยู่บนผืนหิมะระยิบระยับ ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่แสงอาทิตย์ส่อง ยามพลบค่ำตะวันตกดิน หรือยามค่ำคืนที่ดวงดาวเต็มฟ้า นาขั้นบันไดแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้แม้จะมาชมอีกสักกี่ครั้งก็สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งไป
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area)

นิวโตออนเซ็น จังหวัดอาคิตะ

ท่ามกลางความหนาวเย็น หากได้แช่ออนเซ็นร้อนๆ พร้อมชมวิวของหิมะสีขาวคงรู้สึกอุ่นกายสบายใจเป็นอย่างแน่ เราขอแนะนำมาแช่ออนเซ็นกันที่นิวโตออนเซ็น ซึ่งเป็นหมู่บ้านออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโตในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต ประกอบด้วยออนเซ็น 7 แห่ง แต่ละแห่งมีแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติของน้ำแร่ที่แตกต่างกันไป ว่ากันว่าหากแช่ออนเซ็นครบทั้ง 7 แห่งนี้จะสามารถรักษาได้สารพักโรคเลยทีเดียว
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

ออนเซ็นลิง Snow Monkey จังหวัดนากาโนะ

แหล่งท่องเที่ยวของนากาโนะอันโด่งดังไปทั่วโลกคงจะหนีไม่พ้นการมาดู Snow Monkey หรือลิงออนเซ็น ที่สวนลิงจิโกคุดานิในหุบเขาโดยมีแม่น้ำโยโคยุไหลลงมาจากที่ราบสูงชิกะโคเง็น โดยเฉพาะในฤดูหนาว คุณจะได้พบกับเหล่าลิงป่าที่หนีหนาวพากันลงมาแช่ออนเซ็นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ใบหน้าของพวกมันกลายเป็นสีแดงดูน่ารักน่าชังสร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area)

ลานสกีฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ

สำหรับใครที่สนใจเล่นสกีหรือสโนบอร์ด เราขอแนะนำจังหวัดนากาโนะอันมีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งลานสกีระดับโลก ด้วยคุณภาพของหิมะที่นุ่มละเอียดราวกับผงแป้งและลานหิมะชั้นดีที่ได้เปรียบด้วยภูมิทัศน์อันโดดเด่นของนากาโนะ นอกจากนี้ระหว่างนั่งลิฟท์ขึ้นไปบนลานสกี คุณยังจะได้พบกับทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์แดนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวระยิบระยับสวยงามจับใจ
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area)

เทศกาลนามาฮาเกะเซโด จังหวัดอาคิตะ

จังหวัดอาคิตะขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลพื้นเมืองครื้นเครง แม้เป็นฤดูหนาวที่หิมะลงจัดชาวเมืองก็พร้อมใจกันออกมาเล่นสนุกท้าความหนาว หนึ่งในเทศกาลห้ามพลาดเลยคือเทศกาลนามาฮาเกะเซโดที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ศาลเจ้าชินซัน โดยปีศาจใส่หน้ากากยักษ์ตัวแทนแห่งเทพเจ้าขุนเขาจะออกมาร่ายรำรอบกองไฟ สร้างความครื้นเครงให้แก่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน และสำหรับปีนี้คุณสามารถมาร่วมสนุกกันได้ในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 18:00-20:30
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

เทศกาลฮาจิโนเฮะเอ็นบุริ จังหวัดอาโอโมริ

หากคุณมาจังหวัดอาโอโมริทางเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ ขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศสนุกสนานในเทศกาลฮาจิโนเฮะเอ็นบุริ เทศกาลท้องถิ่นที่ได้รับเลือกเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของญี่ปุ่น และยังเป็น 1 ใน 5 เทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย เอกลักษณ์ของเทศกาลนี้คือผู้ร่ายรำจะสวมหมวกทรงสูงตกแต่งคล้ายหัวม้าและร่ายรำโดยการโยกศีรษะอย่างแรงราวกับกำลังเกี่ยวข้าว เพื่อเป็นการขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง และในปีนี้เทศกาลจะจัดในช่วงวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2020
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

หม้อไฟคิริทัมโปะ จังหวัดอาคิตะ

อาหารที่กินแล้วฟินที่สุดในฤดูหนาวคงหนีไม่พ้นหม้อไฟ วันนี้เราพามาลองชิมหม้อไฟคิริทัมโปะสุดแปลกของชาวอาคิตะกัน เริ่มด้วยคิริทัมโปะซึ่งก็คือแป้งบดพันรอบแท่งไม้แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น จากนั้นนำไปต้มต่อในซุปไก่บ้านพันธุ์ท้องถิ่นของอาคิตะ เคี่ยวพร้อมเห็ดไมตาเกะและผักชีฝรั่งยิ่งเพิ่มรสกลมกล่อม ทานแล้วรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจเป็นที่สุด
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

หอยนางรม จังหวัดมิยากิ

 

ภูมิภาคโทโฮคุขึ้นชื่อในเรื่องอาหารทะเลคุณภาพชั้นเลิศ เราขอแนะนำเมนูหอยนางรมของจังหวัดมิยากิ ด้วยบริเวณอ่าวทะเลซันริคุนั้นอุดมไปด้วยธรรมชาติและคุณภาพน้ำทะเลที่มีสารอาหารบ่มเพาะให้หอยนางรมมีรสชาติเข้มข้น หวานฉ่ำ และเนื้อแน่น จึงทำให้หอยนางรมของที่นี่มีรสชาติโดดเด่นกว่าที่อื่น หากคุณมาจังหวัดมิยากิ ไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลองความอร่อยของเมนูหอยนางรม โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลหอยนางรมคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

ปูหิมะโชไนคิตะมาเอะ จังหวัดยามากาตะ

ภูมิภาคโทโฮคุเรียกได้ว่าเป็นแหล่งทานอาหารทะเลรสเลิศ อีกเมนูที่น่าสนใจคือปูหิมะโชไนคิตะมาเอะที่หาดโชไน จังหวัดยามากาตะ เนื่องจากบริเวณนี้เปิดพื้นที่ให้ลงจับปูหิมะได้เร็วกว่าที่อื่นถึง 1 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนเมษายนของปีถัดไป อีกทั้งขนาดของปูที่หนักกว่า 1 กิโลกรัม กับเส้นผ่านศูนย์กลางของกระดองที่กว้างกว่า 13 เซ็นติเมตร โดยเมนูขึ้นชื่อที่หาดโชไนคือชาบูปูหิมะ รับรองปูสดอร่อยฟินไม่รู้ลืม
พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

ท่องเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุอย่างสนุกยิ่งขึ้นด้วย JR EAST PASS

โทโฮคุเป็นภูมิภาคขนาดใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ การเดินทางจะสะดวกสบายและคุ้มค่ายิ่งขึ้นหากคุณใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) เพราะสามารถขึ้นรถไฟสาย JR Tohoku ได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 5 วัน จึงท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและเจาะลึกมากขึ้น โดยตั๋วผู้ใหญ่จำหน่ายในราคา 19,350 เยน และตั๋วเด็กราคา 9,670 เยน (ราคาสำหรับซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เว็บไซต์ทางการของ JR-EAST) รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ jreast.co.jp

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันโต จังหวัดนากาโนะและนีกาตะด้วย JR EAST PASS

คุณยังสามารถใช้ได้ JR EAST PASS (Nagano – Niigata Area) ท่องเที่ยวภูมิภาคคันโต จังหวัดนากาโนะและนีกาตะ ได้อีกด้วย โดยสามารถขึ้นรถไฟ JR Tohoku ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 5 วัน โดยตั๋วผู้ใหญ่จำหน่ายในราคา 17,310 เยน และตั๋วเด็กราคา 8,650 เยน (ราคาสำหรับซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เว็บไซต์ทางการของ JR-EAST) รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ jreast.co.jp

คุณยังสามารถเดินทางได้สะดวกกว่าเดิมด้วยบริการจองที่นั่งบนรถไฟ JR-EAST ล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น ได้ที่เว็บไซต์
eki-net.com          UFABET เว็บตรง

ที่เว็บไซต์ของ JR-EAST ยังนำเสนอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในคันโตและโทโฮคุทั้ง 4 ฤดู เพื่อการวางแผนก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นและเลือกท่องเที่ยวได้ตามความสนใจ โดยเข้าชมได้ที่ eastjapanrailway.com

Categories
BLOG

เลือกวิวที่ชอบ เก็บคอร์สที่ใช่ กับ 2 เส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โทโฮคุ

ภูมิภาคโทโฮคุตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะฮอนชู ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอะโอโมริ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิวาเตะ จังหวัดมิยางิ จังหวัดยามางาตะ และจังหวัดฟุคุชิมะ ด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้เป็นภูเขาสูง มีธรรมชาติทั้งหุบเขาและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงในฤดูใบไม้ร่วง

คราวนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โทโฮคุ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอร์สคือ ช่วงต้น-กลางเดือนตุลาคม กับช่วงปลายเดือนตุลาคม ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกตามความเหมาะสมของทริปและความชื่นชอบเลย

เส้นทางที่ 1 ช่วงต้น-กลางเดือนตุลาคม

1. หุบเขาเกบิเค (猊鼻渓)

 

หุบเขาโขดหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวาเตะ ระหว่างโขดหินมาแม่น้ำไหลผ่านและมีเรือพายนำเที่ยวด้วย ซึ่งที่นี่เป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่พายเรือด้วยไม้พายอันเดียวโดยไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของใบไม้แดงอย่างเต็มอิ่มตลอดการล่องเรือ

2. ภูเขาและที่ราบฮาจิมังไต (八幡平)

ภูเขาและที่ราบฮาจิมังไต

ที่ราบสูงในแนวภูเขาไฟที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ในขังหวัดอิวาเตะ ในฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้ใบหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มแดงสวยงามไปทั้งทุ่ง โดยมีหนองน้ำ บึง และน้ำพุร้อนอยู่รอบ ๆ เสริมให้วิวฤดูใบไม้ร่วง ณ ที่ราบแห่งนี้ยิ่งสวยงามมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้บนยอดสูงสุดยังมีที่พัก ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกด้วย

3. ภูเขาฮัคโคดะ (八甲田山)

ภูเขาฮัคโคดะ

กลุ่มยอดภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอาโอโมริกับทะเลสาบโทวาดะ มีชื่อเสียงมากเรื่องวิวทิวทัศน์ในฤดูกาลต่าง ๆ ไม่เฉพาะแค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ถึงขั้นที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพื่อน ๆ สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปที่ยอดเขาและชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามตระการตาระหว่างทางได้แทบจะ 360 องศา

4. อุทยานแห่งชาติโอคุนิกโก (日光國立公園)

 

พื้นที่ภูเขาที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองนิกโก จังหวัดโทจิกิ เต็มไปด้วยธรรมชาติทั้งภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ และน้ำพุร้อนที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ “น้ำตกริวซู” ที่มีชื่อเสียง ถือเป็นจุดชมใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของภูมิภาคโทโฮคุ

เส้นทางที่ 2 ช่วงปลายเดือนตุลาคม

1. มัตสึชิมะ (松島)

 

หนึ่งในสามทัศนียภาพแห่งญี่ปุ่นแห่งจังหวัดมิยางิ (อีกสองแห่งคือ อามาโนะฮาชิดาเตะ (天橋立) แห่งกรุงเกียวโต และ มิยาจิมะ (宮島) แห่งจังหวัดฮิโรชิมะ) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และมีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม บ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ช่วงฤดูใบไม่ร่วงในเวลากลางคืน ที่วัดเอ็นซึอิน (円通院) จะเปิดไฟไลท์อัพให้ได้ชมความงามของใบไม้แดงยามค่ำคืนด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกสีสันของฤดูใบไม้ร่วงที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง

2. หุบเขานารุโกะ (鳴子峡)

หุบเขานารุโกะ

 

นี่คือหุบเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดมิยางิ และอาจสวนที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุเลยก็ได้ มุมที่มองเห็นสะพานโอฟุคาซาวะได้จาก Narukokyo Resthouse เป็นมุมที่ฮอตฮิตมากที่สุด หากไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็อย่าพลาดไปถ่ายรูปที่มุมนี้กัน ไม่งั้นก็เหมือนมาไม่ถึงหุบเขานารุโกะ

3. ลำธารโออิราเสะ (奥入瀬渓流)

ลำธารโออิราเสะ

ลำธารโออิราเสะอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ เป็นจุดชมวิวใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ความโด่งดังของที่นี่ก็อยู่ในระดับที่เพื่อน ๆ อาจจะเคยเห็นภาพวิวสวย ๆ ของที่แห่งนี้มาหลายครั้งแล้วก็เป็นได้ ต้นกำเนิดของลำธารอยู่ที่ทะเลสาบโทวาดะ โดยไหลเลียบไปกับหุบเขาโออิราเสะที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่พากันเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงอย่างงดงาม

4. ทะเลสาบโทวาดะ (十和田湖)

ทะเลสาบโทวาดะ

ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บนเส้นแบ่งเขตจังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอาคิตะ ภายในเขตอุทยานโทวาดะฮาจิมังไต วิวธรรมชาติแบบพาโนราม่าที่สามารถมองเห็นเงาสะท้อนของท้องฟ้าและต้นไม้สีแสดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนช่างเป็นวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ แถมบรรยากาศใกล้น้ำก็ทำให้รู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจได้ง่าย ๆ

5. บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (角館武家屋敷)

 

หมู่บ้านเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ของซามูไรในอดีต จุดเด่นของที่นี่คือ นอกจากเพื่อน ๆ จะได้ชมวิวใบไม้แดงสวย ๆ ที่รับกับสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเมื่อครั้งซามูไรยังเดินดินอีกด้วย  UFABET เว็บตรง

น่าไปจนเลือกไม่ถูกเลยเนอะ สำหรับใครที่สนใจ เราขอแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟ JR โดยใช้ JR East Pass (Tohoku Area) เพราะทั้งง่ายทั้งสะดวก จากโตเกียวขึ้นเหนือไปอาโอโมริโดยชินกันเซ็นใช้เวลาแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ถ้าวางแผนดี ๆ ก็สามารถเที่ยวได้ครบหมดในทริปเดียวได้เลยนะ ทริปหน้าพลาดไม่ได้แล้ว!!

Categories
เกม

กลายเป็นมหาเศรษฐีโดยการเล่นโป๊กเกอร์

กลายเป็นมหาเศรษฐีโดยการเล่นโป๊กเกอร์ เกมออนไลน์โป๊กเกอร์เป็นหลักในการพนันบันเทิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา มันเป็นเกมแบบดั้งเดิมของคาสิโนบนบก แน่นอนมีความแตกต่างบางอย่าง

ระหว่างคาสิโนโป๊กเกอร์และโป๊กเกอร์ออนไลน์แม้ว่าระบบและกฎที่คล้ายกัน ถ้าคุณเคยเล่นโป๊กเกอร์ที่คาสิโนคุณควรจะสามารถเพลิดเพลินกับเกมผ่านทางอินเทอร์เน็ต

บางทีหนึ่งในความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างคาสิโนโป๊กเกอร์และโป๊กเกอร์ออนไลน์คือความเป็นไปได้ของการโกง คุณไม่สามารถผ่านการโกงออนไลน์เพราะคุณไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้เล่นอื่นๆเพื่อให้พวกเขาเข้าใจพฤติกรรมทางกายภาพของคุณ

ไม่มีเว็บไซต์การพนันมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการโกงจากโซฟาที่สะดวกสบาย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะโกงในโป๊กเกอร์ออนไลน์และควรถือว่าเป็นปัจจัยลบเพราะมันอาจทำลายความตื่นเต้น

โป๊กเกอร์ออนไลน์มักจะเล่นระหว่างกลุ่มเล็กๆหรือกลุ่มของผู้เล่น หนึ่งในความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกลุ่มของเกมและกลุ่มเกมที่ดำเนินการผ่านที่ดินที่ผู้เล่นที่มีขนาดใหญ่มักจะอ่อนแอกว่าผู้เล่น

ที่มีขนาดเล็ก กลุ่มที่เล่นเกมผ่านทางอินเทอร์เน็ตมักจะมีกลุ่มเพื่อนที่เคารพซึ่งกันและกัน พวกเขาเล่นบทบาทของพี่น้อง เกมโป๊กเกอร์มักจะเล่นในคาสิโนและระยะทางของคาสิโนไม่มีผลต่อเกมที่คุณเล่น

เท็กซัสโป๊กเกอร์เป็นชนิดที่นิยมมากที่สุดของโป๊กเกอร์ออนไลน์และเหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้าสู่ระบบ บางครั้งมันก็เรียกว่าโรงรถโป๊กเกอร์เพราะเกมที่เกิดขึ้นจริงจะเล่นในบ้าน

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ต้องสังเกตคือเวลามีข้อได้เปรียบมากกว่าเงินในโป๊กเกอร์ออนไลน์ เกมออนไลน์ที่ใช้เวลานานเพราะคุณสามารถดูว่าคุณต้องการที่จะลงทุนมากเวลาก่อนที่คุณจะชนะรางวัลแรกจริงๆ

แต่ถ้าคุณชนะรางวัลแรกในขณะที่เล่นออนไลน์คุณไม่ต้องบินไปลาสเวกัสเพื่อรับล้านของคุณ คุณสามารถทำมันได้ในบ้านที่สะดวกสบาย
ถ้าจำเป็นคุณสามารถบันทึกเงินของคุณสำหรับสิ่งที่สำคัญอื่นๆเช่น

โรงเรียน เงินเป็นสิ่งสำคัญในโป๊กเกอร์แต่น่าเสียดายที่ไม่กี่คนที่ใช้จ่ายเงินทุกอย่างยกเว้นโป๊กเกอร์ ในเกมนี้เกมเครือข่ายได้เร็วขึ้นมากซึ่งพิสูจน์ได้ว่าผู้เล่นเป็นเพื่อนทั้งหมดต้องการที่จะหาความสนุกสนาน

แน่นอนผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับและสูญเสียในเกมโป๊กเกอร์ ในระยะยาวไม่มีอะไรที่จะชนะอย่างต่อเนื่อง มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้เล่นที่จะประสบความสำเร็จในหลายเกม

ที่สำคัญที่สุดคือการเฉลิมฉลองเป็นเพียงปัจจัยเดียวที่สามารถเห็นได้ในเกมโป๊กเกอร์ ถ้าคุณคิดว่าคุณจะชนะทุกเกมคุณจะผิด บนมืออื่นๆถ้าคุณแสดงความปรารถนาที่จะกลายเป็นดีขึ้นทุกครั้งที่คุณเล่นโป๊กเกอร์

แล้วคุณจะเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีกว่าคนที่ผิดทั้งหมด บนเส้นทางสู่ชัยชนะคุณจะมีความคิดที่สดใสและคุณจะผิดหวังในการยอมรับชัยชนะ ดังนั้นการเลือกโป๊กเกอร์ออนไลน์เป็นคำตอบของวิธีการที่จะชนะโป๊กเกอร์

Categories
BLOG

“โกะชิคินุมะ” บึงน้ำห้าสีสุดลึกลับที่ไปครั้งเดียวไม่เคยพอ!

หากเพื่อนๆ เป็นนักท่องเที่ยวสายลุยที่หลงใหลในความงามอันน่าพิศวงของธรรมชาติ ต้องไม่พลาดไปเยือนบึงห้าสี หรือ “โกะชิคินุมะ” ที่จังหวัดฟุคุชิมะ สักครั้งในชีวิต แต่ถ้าจะให้พูดตามความจริง สถานที่นี้ไปแค่ครั้งเดียวไม่พอแน่นอนค่ะ เพราะภาพวิวที่คุณจะเห็นแต่ละครั้งนั้นแทบไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง! มารู้จักกับ “โกะชิคินุมะ” บึงน้ำห้าสีสุดลึกลับที่ไปครั้งเดียวไม่เคยพอกันค่ะ

โกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะ (Goshikinuma  Ponds) เป็นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดฟุคุชิมะ ทางตอนเหนือของโตเกียวในภูมิภาคโทโฮคุ ประกอบด้วยบึงที่สวยงามมากมาย ได้แก่ บิชาโมนุมะ (Bishamonuma), อาคานุมะ (Akanuma), มิโดโรนุมะ (Midoronuma), ทัตสึนุมะ (Tatsunuma), เบนเทนุมะ (Bentenuma), รุรินุมะ (Rurinuma), อาโอนุมะ (Aonuma) และยางินุมะ (Yaginuma) สถานที่แห่งนี้ได้รับการรีวิว 1 ดาว จากมิชลินกรีนไกด์ในปี 2016 ด้วย

ชื่อโกะชิคินุมะหรือบึงน้ำห้าสีมาจากน้ำในแต่ละบึงซึ่งมีสีที่แตกต่างผสมกันอยู่อย่างสวยงาม มีทั้งสีเขียวมรกต, สีน้ำเงินโคบอลต์, สีน้ำเงินสีเขียวขุ่น, สีฟ้ามรกตและสีฟ้าพาสเทล ทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า “บึงลึกลับ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบึงอาโอนุมะ ที่มีสีสวยงามจนหลายคนไม่อยากจะเชื่อว่าสีเหล่านั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ว่ากันว่าปัจจัยที่ทำให้สีของน้ำแตกต่างกันนั้นเกิดจากสภาพอากาศตามฤดูกาล มุมมอง และสารภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำ โดยสีอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือสภาพอากาศของเวลาในวันนั้นๆ ดังนั้นการมาเยี่ยมชมที่นี่ในแต่ละครั้งเราจะได้รับชมบรรยากาศและความสวยงามที่แตกต่างกันไป ไปครั้งเดียวคงไม่พอแน่นอนค่ะ

นอกจากชื่นชมความสวยงามของสีสันต่างๆ บนพื้นผิวบึงยังสามารถเพลิดเพลินกับเรือพายที่ บึงบิชาโมนุมะ เป็นบึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบึงทั้งหมด อีกกิจกรรมหนึ่งที่คนญี่ปุ่นชอบคือการชมนก สามารถชมนกตัวเล็กได้ในป่าใกล้ๆ กัน ในช่วงหลังจากหมดฤดูหนาวหิมะเริ่มละลายและต้นไม้เริ่มที่จะแตกหน่ออีกครั้ง กับช่วงใบไม้เริ่มร่วงอีกครั้ง อากาศกำลังดี ไม่หนาวมากและเป็นช่วงที่ธรรมชาติสวยมากๆ อีกด้วย แต่หากอยากไปเที่ยวชมในหน้าหนาวก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถเดินชมบึงและความงามของธรรมชาติในช่วงที่หิมะตก บรรยากาศโรแมนติกมากทีเดียว แต่ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่ควรคำนึงสูงสุดในการไปท่องเที่ยว จึงขอแนะนำว่าถ้าหากไปช่วงหิมะตก ควรใส่รองเท้ากันลื่นจากหิมะและควรไปกับไกด์ที่มีประสบการณ์ ส่วนฤดูที่อยากแนะนำให้ไปเที่ยวชมมากที่สุด ขอแนะนำเป็นฤดูใบไม้ผลิ หลังจากหิมะละลายสีของบึงก็สวยงามเป็นพิเศษ เป็นบึงที่สามารถเพลิดเพลินความสวยงามได้ทุกฤดูเลยทีเดียว

เส้นทางสำรวจธรรมชาติของบึงโกะชิคินุมะ


เส้นทางสำรวจธรรมชาติของบึงโกะชิคินุมะมีความยาวประมาณ 3.6 กม. และใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที เป็นที่ราบสำหรับเดินป่า เป็นทางเดินที่มีทางขึ้นทางลงที่รอบๆ เต็มไปด้วยหิน ยิ่งในช่วงที่มีฝนเส้นทางเดินเขาแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วยโคลนและลื่นได้ง่าย จึงอยากให้ระวังเวลาเดินในเส้นทางสำรวจธรรมชาติแห่งนี้ พื้นที่นี้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษ (พื้นที่ที่ปกป้องภูมิทัศน์อย่างเคร่งครัด) ในอุทยานแห่งชาติและห้ามมิให้รบกวนสัตว์หรือเก็บพืชใดๆ ออกจากพื้นที่

ต้นกำเนิดบึงโกะชิคินุมะ

ในปีค.ศ. 1888 ทางด้านทิศเหนือของภูเขาบันได (Bandai) รวมกับยอดเขาโคบันได (Kobandai) ทรุดตัวลงเนื่องจากการระเบิดของภูขาไฟทำให้หินและหิมะถล่มลงไปในแม่น้ำและเกิดทะเลสาบและบึงหลายร้อยแห่งในบริเวณนี้ จึงได้กลายเป็น “บึงโกะชิคินุมะ” ในที่สุด

การเดินทาง

มีทางเข้า 2 ทางสำหรับเส้นทางสำรวจธรรมชาติ ซึ่งแต่ละแห่งมีที่จอดรถและป้ายรถประจำทาง

ทางเข้าโกะชิคินุมะ (ฝั่งบึงบิชาโมนุมะ)
รถยนต์: ใช้ที่จอดรถที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุระบันไดหรือ Goshikinuma Entrance Tourist Plaza (สมาคมการท่องเที่ยว Urabandai) เดินไป Bishamonnuma ประมาณ 5 นาที มีรถโดยสารขนาดใหญ่ให้บริการ
รถบัส: ลงที่สถานี “Goshikinuma Iriguchi”

ทางออกสถานี Urabandai Kogen (ฝั่งบึงยานางินุมะ, อาโอนุมะ, รุรินุมะ)
รถยนต์: ใช้ลานจอดรถที่ Urabandai Bussankan จะเห็นบึงยางินุมะอยู่ข้างหน้า มีรถโดยสารขนาดใหญ่ให้บริการ
รถบัส: ลงที่สถานี “Urabandai Kogen”

แนะนำเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว

• จากทางเข้าโกะชิคินุมะ และสามารถดูหนองน้ำทั้งหมดที่แนะนำข้างต้น
1. จอดรถที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุระบันได หรือทางเข้า Goshikinuma Tourist Plaza
2. ทางเข้าโกะชิคินุมะ รถบัสลงที่สถานี Urabandai Kogen
3. สามารถเดินป่าจากบึงยางินุมะไปยังบึงบิชาโมนุมะ
จากเส้นทางที่ 1 ไปยังเส้นทางที่ 3: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
การเข้าไปยังบึงโกะชิคินุมะทางฝั่งบิชาโมนุมะ จะเป็นทางลาด นอกจากนี้ บางท่านอาจนั่งรถบัสเป็นครั้งแรกเนื่องจากว่าสามารถเดินกลับมายังสถานีได้อย่างง่ายจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเวลาเดินทางกลับ

• จากทางออกสถานี Urabandai Kogen สามารถเพลิดเพลินไปกับบึงยางินุมะ, อาโอนุมะ, รุรินุมะ, เบนเทนุมะ
1. จอดรถที่ Urabandai Bussankan
2. เดินป่าจากบึงยางินุมะไปยังจุดชมวิวของบึงเบนเทนุมะ
จากเส้นทางที่ 1 ไปยังเส้นทางที่ 2 : ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
*สำหรับ 2 เส้นทางที่แนะนำนี้ สำหรับผู้ที่มีเวลาไม่มากในการเที่ยวชมหรือผู้ที่ต้องการเที่ยวชมในระยะสั้นๆ

สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ

พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยโมโรฮาชิ (Morohashi Museum of Modern Art)

• พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยโมโรฮาชิ (Morohashi Museum of Modern Art)
พิพิธภัณฑ์ Salvador Dali ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (ศิลปะโมเดิร์นจากประเทศสเปน มีชื่อเสียงมาก)

• ร้านอาหาร
ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น Dai-Ichi Gold House Meguro (第1ゴールドハウス目黒)
ร้านโซบะ Kitano-Chaya (北の茶屋)
ร้าน Ura Bandai Bussankan (裏磐梯物産館)
ร้านอาหารฝรั่งเศส Maple Waraku Dining Bandai
ร้านอาหารอิตาเลียน Il Regalo

 

• คาเฟ่/ร้านกาแฟ
Tea Lounge at Urabandai Kogen Hotel เสิร์ฟทั้งชาหอมๆ และขนมหวานอร่อยๆ

 

บึงโกะชิคินุมะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ทุกฤดูกาล และยังอุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม มีกิจกรรมมากมายให้ได้เพลิดเพลิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ไม่อยากให้ผู้อ่านพลาด หากการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นกลับมาเป็นปกติแล้วก็อย่าลืมไปค้นหาความลึกลับที่สวยงามของบึงโกะชิคินุมะที่จังหวัดฟุคุชิมะกันนะคะ    UFABET เว็บตรง

goshikinuma model course banner

Categories
BLOG

ทริปตะลุยญี่ปุ่นตอนเหนือ นั่ง Joyful Train สัมผัสเสน่ห์โทโฮคุ [ตอนจบ]

ผ่านมา 3 วันแล้วสำหรับทริปตะลุยโทโฮคุของพวกเรา มาต่อกันที่การเดินทางช่วง 2 วันที่เหลือกันค่ะ บอกเลยว่ามีไฮไลท์เด็ดๆ รออยู่อีกเพียบ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย

สำหรับใครที่พลาดตอนแรกไป ก็สามารถกลับไปอ่านตอนแรกก่อนได้ที่ Joyful Trip with Joyful Train เที่ยวโทโฮคุตอนเหนือแบบชิวๆ [ตอนแรก]

DAY 4: Toreiyu Tsubasa → Ginzan Onsen

วันนี้ก็ต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางกันไกลอีกแล้ว เพื่อไปที่ กินซันออนเซ็น (Ginzan Onsen) ที่เที่ยวชื่อดังที่คนไทยหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ก่อนจะไปถึงจุดมุ่งหมายหลักของวันนี้ ระหว่างทางเราก็มีอีกไฮไลท์หนึ่งคือ การนั่งรถไฟ Toreiyu Tsubasa หรือรถไฟออนเซ็นเท้านั่นเองค่ะ

รถไฟออนเซ็นเท้า Toreiyu Tsubasa

เราเริ่มการเดินทางของวันนี้ด้วยการนั่งชินคันเซ็นออกจากเมืองโมริโอกะ มุ่งหน้าสู่สถานีฟุคุชิมะ (Fukushima Station) เพื่อขึ้นรถไฟไฮไลท์ของเรา Toreiyu Tsubasa เมื่อขึ้นไปบนรถไฟแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือไปจับจองเวลาแช่เท้าก่อนเลย โดยเราได้รอบเวลา 11:00-11:15 มาค่ะ ก่อนจะถึงเวลาแช่ออนเซ็นเท้า เราก็ไปเดินทัวร์รถไฟขบวนนี้กันก่อน

หน้าตาของรถไฟ Toreiyu Tsubasa
สัญลักษณ์ของรถไฟ Toreiyu Tsubasa จะเห็นว่าโลโก้มีผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดยามากาตะอย่างลูกแพร์ เชอรรี่ องุ่น เป็นต้น

รถไฟ Toreiyu Tsubasa วิ่งเชื่อมระหว่างสถานีฟุคุชิมะ (Fukushima Station) ในจังหวัดฟุคุชิมะ ไปจนถึงสถานีชินโจ (Shinjo Station) ในจังหวัดยามากาตะ เป็นรถไฟชินคันเซ็นที่มีบ่อออนเซ็นสำหรับแช่เท้าที่เรียกว่า อาชิยุ (足湯) ซึ่งระหว่างที่แช่เท้าเราสามารถชมวิวข้างนอกไปด้วยได้ แบ่งออกเป็นสองบ่อใหญ่ๆ โดยในรถไฟตู้ที่ 15 จะเป็นเล้าจ์สำหรับนั่งเล่นหลังแช่เท้า มีที่นั่งที่สามารถจิบเครื่องดื่มและรับประทานของว่างหลังจากแช่เท้าเสร็จแล้วได้ ซึ่งจะมีเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดยามากาตะอย่างเช่น เหล้าสาเก ไวน์ ไซเดอร์ และน้ำผลไม้ต่างๆ ให้บริการ

เกี่ยวกับการเข้าแช่ออนเซ็นเท้าบน Toreiyu Tsubasa
บัตรเข้าออนเซ็นเท้าบน Toreiyu Tsubasa จะถูกจำหน่ายแบบใครมาก่อนได้ก่อน และไม่สามารถจองล่วงหน้าได้ ถ้าเพื่อนๆ สนใจแช่ออนเซ็นเท้า ขอแนะนำให้รีบไปจับจองบัตรกันหลังจากขึ้นรถไฟนะคะ
ราคาบัตร: 450 เยน / คน
ระยะเวลาที่แช่ออนเซ็น: 15 นาที
บ่อออนเซ็นสำหรับแช่เท้าที่เรียกว่า อาชิยุ จะตั้งอยู่ที่ตู้สุดท้ายของรถไฟ
ในตู้ที่ 15 เป็นเล้าจ์นั่งเล่นหลังแช่เท้า มีที่นั่งที่สามารถจิบเครื่องดื่มและรับประทานของว่างได้
เลาจ์ขายเครื่องดื่มและอาหารว่างในตู้ที่ 15

ส่วนที่ตู้อื่นๆ จะเป็นส่วนของที่นั่งซึ่งตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ปูด้วยเสื้อทาทามิ และมีเบาะรองนั่งที่ออกแบบเป็นลายหมากรุกโซกิที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองเทนโด ในจังหวัดยามากาตะเอง นอกจากนั้นยังมีกิมมิคเล็กๆ ในการซ่อนผลไม้ขึ้นชื่อของยามากาตะเอาไว้ด้วยตามที่นั่งในรถไฟแต่ละตู้อีกด้วย

ส่วนของที่นั่งซึ่งตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ปูด้วยเสื้อทาทามิ และมีเบาะรองนั่งที่ออกแบบเป็นลายหมากรุกโซกิ
บริเวณที่นั่งมีการซ่อนกิมมิคเล็กๆ อย่างผลไม้ที่อยู่ในโลโก้เอาไว้ด้วย หาเจอไหมคะ

เมื่อรถไฟเริ่มออกเดินทางเราก็กลับมานั่งที่นั่งของเรา โชคดี(?)เราได้ไปซื้อขนมกับเครื่องดื่มเตรียมไว้ ในช่วงระหว่างที่รอเวลาจะไปแช่ออนเซ็นเท้า เราก็เอามากินรอกันก่อน เป็นการจัดปาร์ตี้เล็กๆ นั่งมองวิวสวยๆ จากที่นั่งค่ะ

ก่อนจะถึงคิวของเราสักประมาน 15 นาที เราก็ไปรอกันที่ตู้ที่ 15 ก่อน จากนั้นทางพนักงานจะเรียกเราไปเตรียมตัวพร้อมแจกผ้าผืนเล็กๆ ไว้เพื่อให้เราเช็ดเท้าหลังจากที่แช่เสร็จแล้ว

เมื่อถึงเวลา พนักงานก็จะเรียกเราเข้าไป พร้อมอธิบายว่าควรจะทำยังไง ซึ่งเราจะมีเวลาแช่ 15 นาที เมื่อหมดเวลาแล้ว พนักงานจะมาเรียกอีกที หลังจากที่ได้ฟังอธิบายทุกอย่างเรียบร้อย ก็ถึงเวลาแช่แล้วจ้า

น้ำอุ่นกำลังสบายเลยละ แถมระหว่างที่แช่ยังได้เห็นวิวสวยๆ ตลอดทาง ทำให้รู้สึกสบายขึ้นมามากทีเดียวค่ะ

มาแช่เท้าสบายๆ กันเถอะ
แช่เท้าไป ดูวิวไป ถ่ายรูปไป อะไรจะดีขนาดนี้

หลังจากที่หมดเวลา 15 นาที เราก็ออกมาแล้วไปนั่งพักที่ตู้ที่ 15 อีกครั้ง เราลองสั่งไซเดอร์ที่พนักงานแนะนำมาลองชิม เค้าแนะนำว่าเครื่องดื่มพวกนี้ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดยามากาตะ (น่าสนใจมาก)

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดยามากาตะ

ในระหว่างที่ชิลอยู่นี้เราก็ดื่มไซเดอร์อร่อยๆ ไปพร้อมกับชมวิวนอกหน้าต่าง ซึ่งวิวจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตอนที่เรามาคือหน้าร้อน ก็จะเห็นเป็นทุ่งข้าวสีเหลืองอร่าม แต่ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็เห็นวิวต้นไม้จะเป็นสีแดง ส่วนฤดูหนาวทุกอย่างก็จะถูกปกคลุมด้วยหิมะกลายเป็นสีขาวโพลน

ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่าตัวรถไฟและประสบการณ์ในการแช่ออนเซนเท้าบวกกับวิวที่ได้เห็นจะดีขนาดนี้ เลยรู้สึกประทับใจมาก คิดว่าคุ้มค่าจริงๆ ค่ะที่ได้มานั่งรถไฟขบวนนี้ เหมาะมากสำหรับการพาครอบครัวที่มีผู้สูงอายุไป หรือแม้แต่คู่รักหนุ่มสาวหรือกลุ่มเพื่อนก็สนุกได้ทั้งนั้น ถือเป็นรถไฟ Joyful Train อีกหนึ่งขบวนที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้มาลองนั่งสักครั้งค่ะ

Toreiyu Tsubasa วิ่งระหว่างสถานีฟุคุชิมะ (Fukushima Station) และสถานีชินโจ (Shinjo Station) แต่วันนี้เราลงที่สถานีโออิชิดะ (Oishida Station) เพื่อที่จะไปต่อรถบัสไปยังกินซันออนเซ็น (Ginzan Onsen) โดยรถบัสจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึงที่หมายของเรา

Ginzan Onsen หมู่บ้านแห่งออนเซ็น

มาถึงแล้ว “กินซันออนเซ็น” ชื่อดังแห่งจังหวัดยามากาตะ

กินซันออนเซ็น เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นแบ่งเขตจังหวัดอิวาเตะ หมู่บ้านแห่งนี้เรียงรายไปด้วยเรือนไม้สไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่อยู่เลียบไปกับแม่น้ำ ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบสมัยก่อนที่ยังคงมีให้เห็นเรื่อยมาตั้งแต่อดีตเมื่อเริ่มสร้างจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ภายในกินซันออนเซ็นได้อย่างสบายๆ

เดินเข้าไปในสุดก็จะเจอกับน้ำตกเล็กๆ

เมื่อเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้านก็จะพบกับน้ำตกที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมื้อเที่ยงของเราในวันนี้เราก็เลือกร้านโซบะที่ตั้งอยู่ข้างๆ น้ำตกชื่อ Taki mi kan (そば処 滝見館) เพื่อที่จะได้ทานโซบะพร้อมกับดูวิวน้ำตกสวยๆ ไปด้วยค่ะ

มื้อเที่ยงของเราเป็นโซบะจากร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ กับน้ำตก

ขากลับ เราก็ไปบังเอิญเจอกับร้านขายเต้าหู้ Nogawa Tofuya (野川とうふや) ที่ทั้งร้านขายเฉพาะเต้าหู้ โดยมีเมนูเด็ดคือเต้าหู้ทอด (นามะอาเกะ) ซึ่งร้านนี้เปิดขายมายาวนานมาก ว่ากันว่าเป็นร้านที่เริ่มกิจการมาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้าน กินซันออนเซ็นแห่งนี้เลยทีเดียว

เมนูเต้าหู้จากร้านเก่าแก่ ซึ่งเราก็ลองทุกเมนูที่ทางร้านมีเลย อยากจะบอกว่าเต้าหู้ทอดอร่อยมาก

และที่ใกล้ๆ แถวนั้นก็จะมีบ่อออนเซ็นให้เราแช่เท้าสบายๆ หลังจากเดินมาเหนื่อย เราเลยตัดสินใจนั่งกินเต้าหู้ที่ซื้อมากันตรงนี้

ถึงเวลาที่ต้องบอกลากินซันออนเซ็นซะแล้ว…

แผนที่กินซันออนเซ็น

หลังจากถ่ายรูปและทานอาหารจนพอใจแล้ว เราก็นั่งรถบัสกลับไปยังสถานีโออิชิดะ (Oishida Station) เพื่อที่จะได้นั่งชินคันเซ็นต่อ ไปยังเมืองเซนได จังหวัดมิยางิ เพื่อไปหาอาหารเย็นกินกันที่นั่น ซึ่งหากพูดถึงเซนไดแล้วละก็ อาหารที่ทุกคนคิดถึงก็คือ กิวตัน (牛タン) หรือลิ้นวัวย่างนั่นเอง ดังนั้นแน่นอนว่าเมื่อไปถึงเซนไดแล้ว พวกเราก็ต้องไปกินกิวตันให้ได้!

“กิวตัน” ลิ้นวัวย่างของดีประจำเซนได

ใช่แล้ว! กิวตันหรือลิ้นวัวย่างนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเซนไดนั่นเองค่ะ เนื่องจากพวกเราอยากกินมาก เลยลองเสิร์ชหาร้านได้มาสองร้าน แต่เลือกไม่ได้ว่าจะไปร้านไหนดี ก็เลยไปลองกินทั้งสองร้านเลย

Gyutan Set เซ็ทลิ้นวัวย่างที่มาพร้อมกับข้าวสวยผสมข้าวสาลีและซุปหางวัว

เวลาสั่งให้สั่งไปเลยว่าเอา Gyutan Set (牛タン定食) ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะเอากี่ชิ้น โดยราคาก็จะแตกต่างกันไปตามจำนวนชิ้นที่เลือกค่ะ ในเซ็ทนั้นนอกจากลิ้นวัวย่างแล้ว ยังจะมีข้าวสวยที่หุงผสมกับข้าวสาลีและซุปหางวัวเสิร์ฟมาพร้อมกันอีกด้วย

เมื่อร้านแรกไม่อิ่ม เราก็ต้องไปต่อร้านสอง

และไม่ผิดหวังทั้งสองร้าน ทำได้อร่อยจริงๆ ลิ้นบางชิ้นอาจจะเหนียวกัดยากไปหน่อย แต่เราขอให้ทางร้านตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ได้ ด้านรสชาตินั้นก็ทั้งเหนียวนุ่ม อร่อย ไม่เข้มจนเกินไป เหมาะกับการกินกับข้าวสวยร้อนๆ ส่วนซุปหางวัวก็ต้มจนเนื้อเปื้อยกินง่าย อร่อยมากด้วย แนะนำเลยสำหรับใครที่ชอบกินเนื้อเป็นทุนเดิมและได้ผ่านมาที่เมืองเซนไดแห่งนี้ ต้องมาลองกินลิ้นวัวย่างนี้ให้ได้อย่างน้อยสักครั้ง

แผนที่ร้านกิวตัน Aji Tasuke Honten

แผนที่ร้านกิวตัน Umami Tasuke

หลังจากอิ่มเรียบร้อย ก็ถึงเวลานั่งรถไฟชินคันเซนกลับไปพักผ่อนที่โมริโอกะ เพื่อที่จะเตรียมตัวสำหรับวันสุดท้ายของทริปของพวกเราในวันพรุ่งนี้

DAY 5: TOHOKU EMOTION → Kuji Station → TOHOKU EMOTION

วันนี้พวกเราตื่นเช้ามาด้วยความตื่นเต้น เพราะเราจะไปนั่งรถไฟสุดแสนไฮโซกันค่ะ แต่ก่อนเราจะออกเดินทาง เราไปแวะซื้อขนมปัง Coppeipan ของร้าน Fukuda Pan มา ร้านนี้เป็นร้านที่ดังมากในเมืองโมริโอกะ

ร้านขนมปัง Fukuda Pan ชื่อดังแห่งเมืองโมริโอกะ

หน้าขนมปังนั้นมีทั้งแบบคาวและหวาน โดยแบบคาวก็จะเป็นพวกอาหารอย่างเช่น สลัสไข่ ทูน่า สลัดผัก หรือแม้แต่ของทอดอย่างโคร็อกเกะ ส่วนแบบหวานก็อย่างเช่น แยมผลไม้ต่างๆ เนยสด ชีสครีม และถั่วแดง

หน้าที่เป็นที่นิยมของที่ร้านนี้ แบบหวานก็คือ ถั่วแดง+เนยสด ส่วนแบบคาวทางร้านแนะนำให้เลือก สลัดผัก+ของคาวอื่นๆ (เราเลือกทูน่าไป) ราคาของขนมปังไม่ได้แพงเท่าไหร่ ถ้าเป็นไส้หวานราคาจะอยู่ที่ประมาน 150-200 เยน ส่วนไส้คาวจะแพงขึ้นมาหน่อย ประมาน 300 เยน

พอเราเลือกหน้าได้แล้ว พนักงานก็จะจัดการทำให้เราเลยทันที
ดูขนาดสิ เทียบกับมือเราแล้วใหญ่กว่ามากเลยละ

ดูจากตัวขนมปังเทียบกับมือเราที่ถือ… โอ้โห ใหญ่ไปไหม ตัวขนมปังนั้นนุ่มนิ่มกำลังดี บวกกับไส่ที่ให้มาไม่น้อยเลยเช่นกัน ขอบอกว่าคุ้มมากนะ คุ้มและอร่อยจริงๆ ใครที่ชอบขนมปังเป็นทุนเดิมด้วยแล้ว ขอบอกเลยว่า ควรไปลองสักครั้งหนึ่ง

แผนที่ร้านขนมปัง Fukuda Pan

หลังจากเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกจากโรมแรมที่เราพักมาตลอดทั้งทริป และขึ้นชินคันเซ็นไปลงที่สถานีรถไฟฮาชิโนเฮะ (Hachinohe Station) เพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถไฟที่เป็นเป้าหมายสุดท้ายของพวกเราในทริปนี้ นั่นก็คือ รถไฟ TOHOKU EMOTION

TOHOKU EMOTION (ขาไป): คอร์สอาหารกลางวันสุดหรู

หน้าตาของขบวนรถไฟภัตตาคาร “TOHOKU EMOTION”
ขบวนรถไฟเป็นสีขาว ตกแต่งลวดลายกำแพงอิฐเก๋ๆ
red carpet tohoku emotion
น่าเสียดายที่วันที่พวกเราไปมีฝนตก แต่ถ้าเป็นวันที่อากาศแจ่มใสจะมีพนักงานรถไฟพร้อมพรมแดงรอต้อนรับเราขึ้นรถกันแบบนี้เลย!

ขบวนรถไฟภัตตาคาร “TOHOKU EMOTION” จะวิ่งเลียบชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น ระหว่างสถานีฮาชิโนเฮะ (Hachinohe Station) ในจังหวัดอาโอโมริ ไปจนถึงสถานีคุจิ (Kuji Station) จังหวัดอิวาเตะ บนเส้นทางรถไฟสายฮาชิโนเฮะ (Hachinohe Line) รวมระยะทาง 64.9 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

tohoku emotion view
ภาพวิวทะเลที่จะเห็นได้ระหว่างทางจากหน้าต่างรถไฟ
tohoku emotion view with food
วิวสวยๆ กับอาหารอร่อยๆ เป็นการจบคู่ที่เลิศระดับห้าดาวอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ!

ภายนอกขบวนรถไฟเป็นสีขาว ตกแต่งลวดลายกำแพงอิฐเก๋ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนร้านอาหารด้วยโคมไฟประดับ โดยตู้โดยสารทั้ง 3 ตู้แบ่งเป็นตู้สำหรับโดยสาร (ส่วนห้องอาหาร) ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ส่วนที่เป็น Dining Table และส่วนที่เป็นห้องอาหารแบบส่วนตัว ส่วนตู้กลางเป็นห้องครัวแบบเปิดที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยเคาน์เตอร์บาร์

ตู้อาหารที่เป็นส่วนของ Dining Table
ส่วนตู้กลางที่มีห้องครัวแบบเปิด

พวกเราได้นั่งในส่วนที่เป็น Dining Table ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้เต็มๆ และจะรับประทานอาหารกลางวันแบบคอร์ส เมื่อนั่งประจำที่บนรถไฟแล้วจะมีพนักงานมาอธิบาย พร้อมนำแอปเปิ้ลไซเดอร์ไร้แอลกอฮอล์ที่ผลิตในจังหวัดอาโอโมริมาเสิร์ฟเป็นเวลคัมดริงค์

เปิดมาด้วยเวลคัมดริงค์ แอปเปิ้ลไซเดอร์ไร้แอลกอฮอล์

สำหรับคอร์สอาหารกลางวันนี้ อาหารทุกอย่างที่เสิร์ฟล้วนเป็นอาหารขึ้นชื่อของภูมิภาคโทโฮคุทั้งสิ้น และไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น แม้แต่ภาชนะที่ใส่อาหารก็ใช้ของที่มาจากภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งได้ศิลปินที่เป็นคนพื้นเมืองมาเป็นคนดีไซน์ให้อีกด้วย

เปิดด้วยออเดิร์ฟที่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาคโทโฮคุ ได้แก่ มีทบอลที่จะใช้เนื้อหมูจากจังหวัดอิวาเตะ และหอยเชลล์จากจังหวัดอาโอโมริ โดยในกล่องที่ใส่ออเดิร์ฟมาก็มีนกหวีดลายนกจากเครื่องปั้นดินเผาและวาดลวดลายแบบชิตะคาวาระยากิ ซึ่งเป็นของเล่นพื้นเมืองดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะของจังหวัดอาโอโมริแถมมาให้เป็นของที่ระลึกด้วย

ออเดิร์ฟที่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาคโทโฮคุ

ส่วนกล่องไม้ที่ใส่ออเดิร์ฟมาเสิร์ฟก็เป็นของประจำจังหวัดฟุกุชิม่า ส่วนดีไซน์ลวดลายกลมๆ ในกล่องก็เป็นฝีมือของศิลปินประจำจังหวัดเอง

 

เมนูถัดไปคือพาสต้าหมึกปลาหมึกจากจังหวัดอาโอโมริ ตามด้วยจานหลักเป็นเนื้อไก่พันธุ์อาเบโดริของจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งจานที่ใช้ใส่อาหารมาก็เป็นเครื่องปั้นดินเผาแบบโคคุจิยากิประจำจังหวัดอิวาเตะ

พาสต้าหมึกปลาหมึกจากจังหวัดอาโอโมริ

ซึ่งในตู้รถไฟตู้ตรงกลางนั้นจะมี Live Kitchen ที่มีเชฟทำอาหารกันสดๆ บนขบวนเลยด้วย อาหารที่มาเสิร์ฟก็คือเชฟเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ บนรถไฟเลย ในเว็บไซต์ของ JR บอกว่า เชฟที่เตรียมอาหารบนรถไฟจะเปลี่ยนปีละ 2 ครั้ง ส่วนเมนูจะเปลี่ยนปีละ 4 ครั้งตามฤดูกาลต่างๆ ตอนเราไปนั้นจะเป็นเมนูช่วงฤดูร้อน (ตอนลงรถไฟ เชฟจะมาบอกลาด้วยตัวเองเลยนะ ใส่ใจสุดๆ)

Live Kitchen ที่มีเชฟทำอาหารกันสดๆ บนขบวน
จานหลักเป็นเนื้อไก่พันธุ์อาเบโดริของจังหวัดอิวาเตะ

ในส่วนของเครื่องดื่ม เราสามารถเลือกได้ตามใจเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกฮอลล์อย่างเบียร์ ไวน์แดง ไวน์ขาว หรือจะเป็นเครื่องดื่มพิเศษอย่างแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่ใช้แอปเปิ้ลจากจังหวัดอาโอโมริ และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกฮอล์อย่างน้ำแอปเปิ้ลที่ส่งตรงมาจากอาโอโมริ และน้ำแร่จากถ้ำริวเซนโด หนึ่งในสามถ้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

แอปเปิ้ลไซเดอร์ (แบบมีแอลกอฮอล์) ทำจากแอปเปิ้ลจังหวัดอาโอโมริ

หลังจากเริ่มอิ่มกันพอประมาณแล้ว สุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุด) ก็ถึงเวลาของหวาน กล่องที่ใส่ของหวานมาเป็นกล่องที่เพ้นท์แบบไอสุของแบรนด์ BITOWA ประจำจังหวัดฟุกุชิม่า ในระหว่างที่ทานของหวาน เราสามารถเลือกสั่งชาหรือกาแฟมาดื่มได้ด้วยนะคะ

กล่องที่ใส่ของหวานมาเป็นเครื่องเขินแบบไอสุของแบรนด์ BITOWA ประจำจังหวัดฟุกุชิม่า
ของหวานปิดท้ายมื้ออาหารกลางวัน

ในระหว่างทางที่ทานอาหารพร้อมกับดูวิวไปเรื่อยๆ ก็จะได้เจอกับกลุ่มชาวบ้านที่จะมียืนโบกมือต้อนรับนักท่องเที่ยวที่นั่งบนรถไฟคันนี้ แต่เนื่องจากวันนี้อากาศไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ก็เลยมีแค่ไม่กี่คนที่มาต้อนรับ แต่แค่ได้เห็นคนมาโบกมือให้ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ

เหตุผลที่ชาวบ้านมาทำแบบนี้ก็เพราะว่าในช่วงที่เกิดภัยพิบัตินั้น ชาวบ้านแถวนี้ก็เดือดร้อนกันมาก แต่เพราะมีรถไฟขบวนนี้วิ่งผ่าน ทำให้แถวนี้มีการพัฒนาและมีเงินหมุนเวียน เหล่าชาวบ้านมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลายคนจึงอยากออกมาต้อนรับเพื่อตอบแทนนักท่องเที่ยวที่นั่งรถไฟขบวนนี้ และเมื่อถึงจุดท่องเที่ยวต่างๆ รถไฟจะชะลอให้พวกเราได้ถ่ายรูปกันอีกด้วย

เกี่ยวกับรถไฟ TOHOKU EMOTION
รถไฟ TOHOKU EMOTION เป็นหนึ่งในรถไฟไม่กี่ขบวนที่ต้องจองแพ๊คเกจท่องเที่ยวเท่านั้นจึงจะขึ้นรถได้ เพื่อนๆ ที่ถือ Japan Rail Pass หรือ JR EAST PASS (Tohoku Area) จึงต้องจองแพ๊คเกจล่วงหน้ากันด้วยนะคะ

คุจิ เมืองที่มีชื่อเสียงจากละครเช้าเรื่อง Amachan

การเดินทางจากสถานีฮาชิโนเฮะ (Hachinohe Station) ไปยังสถานีคุจิ (Kuji Station) นั้นจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อไปถึงเราก็จะได้รับการต้อนรับจากนายสถานีที่ออกมาถือธงต้อนรับพวกเรา

สถานีคุจิ (Kuji Station) ที่ใช้ถ่ายทำละครเช้ายอดฮิตเรื่อง Amachan

เมืองคุจิแห่งนี้เป็นเมืองที่ใช้ถ่ายทำละครเช้าเรื่อง Amachan หรือชื่อไทย “อามะจัง เด็กน้อยนักดำน้ำ” ของช่อง NHK ที่เกี่ยวกับหญิงสาวที่ลงไปดำน้ำเก็บหอยเม่นในทะเลนั่นเอง

เมืองต่างๆ ที่จังหวัดอิวาเตะจะมีฝาท่อลายโปเกมอนธาตุหินซ่อนอยู่ ที่เมืองคุจิจะมีเจ้าตัวนี้ค่ะ ใครแวะมาอย่าลืมไปถ่ายรูปนะ

ในช่วงว่างๆระหว่างรอที่จะนั่งรถไฟ Tohoku Emotion ขากลับ เราก็เดินไปยัง Michi no Eki (道の駅) ซึ่งเดินจากสถานีรถไฟไปเพียงสิบนาที ภายในตึกก็มีจุดที่จัดแสดง รถแห่ที่ใช้ในงานเทศกาลปนะจำเมืองคุจินี้ ที่มีชื่อว่าคุจิอากิมัตสึริ (久慈秋まつり) ซึ่งโดยปกติงานเทศกาลนี้จะจัดในช่วงประมานเดือนกันยายน

kujiaki matsuri
รถแห่ในเทศกาลคุจิอากิมัตสึริ

และนอกจากนั้นก็ยังมีผักและผลไม้ต่างๆ ขายอีกด้วย ซึ่งทั้งสดและราคาถูกกว่าซื้อในแถบโตเกียวมากๆ ดูจากมะเขือม่วงที่เราถ่ายมา ลูกใหญ่ขนาดนี้ในราคาแค่ 300 เยนเท่านั้นเอง

TOHOKU EMOTION (ขากลับ): บุฟเฟ่ต์ของหวานแสนอร่อย

หลังจากที่เดินเล่นจนจุใจแล้ว เราก็ขึ้นรถไฟ Tohoku Emotion เพื่อเดินทางกลับ โดยคราวนี้เราได้ที่นั่งในตู้โดยสารที่เป็นห้องอาหารแบบส่วนตัว มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ยังเห็นวิวชัดเจนเหมือนเดิม สำหรับขากลับเราจะได้กินบุฟเฟ่ต์ของหวาน ซึ่งปกติแล้วเราสามารถเดินไปตักเองได้ที่โซน Live Kitchen แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงเปลี่ยนเป็นให้เลือกของหวานที่อยากทานจากที่นั่ง แล้วทางพนักงานจะนำมาเสิร์ฟให้เราแทน

ทางเดินในตู้รถไฟที่เป็นห้องส่วนตัว
รอบนี้เราได้นั่งกันในห้องส่วนตัวแบบนี้เลย
เราสามารถไปดูเขาตกแต่งของหวานที่ตู้รถไฟกลางได้เช่นกัน

บุฟเฟ่ต์ของหวานดูแลโดยเชฟชนมหวานจาก Hotel Metropolitan Morioka จึงรับประกันได้เลยเรื่องความอร่อย หลังจากรถไฟออกเดินทางได้สักพัก พนักงานก็จะนำเซ็ทขนมเริ่มต้นมาเสิร์ฟ พร้อมแนะนำของหวาน ของว่าง รวมไปถึงเครื่องดื่มที่เราสามารถเลือกได้ตามใจ

เซ็ทขนมเริ่มต้น ชิ้นซ้ายสุดที่เป็นโรลกับไอศกรีมอร่อยมากๆ

บุฟเฟ่ต์ขนมหวานนี้ประกอบด้วยขนมเค้ก ทาร์ต และเยลลี่มากมายหลายประเภท สำหรับใครที่ไม่ถนัดของหวานก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะว่าเค้าเตรียมของคาวที่ใช้วัตุถุดิบจากโทโฮคุอย่างเช่น ชีส แฮม และซีฟู้ดมาให้เลือกทานด้วยเช่นกัน!

บุฟเฟต์ขนมหวานที่เราเลือกได้ก็จะมี Charlotte Mango, Tiramisu, Weekend Citron, Blueberry Tart, Red Bean and Strawberry Croissant และ Lychee Jelly
บุฟเฟต์ของคาวที่เราสั่งได้ ก็จะมี Dry-cured Ham จากจ.อิวาเตะ, Cheese baguette, Seafood Marinade, Chicken Ham

ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้สั่งเพิ่มได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นชาต่างๆ ทั้งเย็นและร้อน หรือน้ำแอปเปิ้ลของจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกแอปเปิ้ลมากที่สุดในญี่ปุ่น และก็แน่นอนว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการด้วยเช่นกัน

การเดินทางจากกลับจากสถานีคุจิไปยังสถานีฮาชิโนเฮะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลากำลังดี เราสามารถเพลิดเพลินไปกับของหวาน ชมวิวนอกหน้าต่าง ถ่ายภาพสวยๆ และพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางได้อย่างสนุกสนาน ขอบอกเลยว่า สาวๆ และคนที่ชอบ afternoon tea ต้องถูกใจบริการนี้อย่างแน่นอน

กินไปด้วย เมาท์ไปด้วย ดูวิวไปด้วย มันจะดีอะไรเช่นนี้เนอะ

การเดินทางใดๆ ยอมมีจุดสิ้นสุด และเราก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลาและเดินทางกลับโตเกียวกันซะแล้ว แต่ภาพความทรงจำดีๆ จากการเดินทางครั้งนี้จะยังคงอยู่กับเรา เพื่อที่จะได้นำไปบอกเล่าและแนะนำให้ทุกคนได้ลองมาเที่ยวที่ภูมิภาคโทโฮคุแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง…

รู้หรือไม่? เราสามารถเที่ยวทริปนี้อย่างสะดวกและสบายกระเป๋าได้อีกนะ!

ใช่ค่ะ! สำหรับเพื่อนๆ ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น (ไม่ได้ถือวีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน ฯลฯ) สามารถซื้อบัตร JR EAST PASS (Tohoku Area) เพื่อใช้ขึ้นรถไฟทั่วไป รวมถึงรถบัสในเครือ JR (อย่างรถบัสไปทะเลสาบโทวาดะ) และรถไฟ Joyful Train ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบเป็นเวลา 5 วัน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JR EAST PASS (Tohoku Area) และสิทธิพิเศษอื่นๆ เฉพาะผู้ถือบัตรได้ที่นี่เลย!    UFABET เว็บตรง

JR East Pass (Tohoku Area)

Categories
สล็อต

สล็อตเว็บตรง World of Warcraft เวอร์ชั่นเขียน

เวอร์ชันเขียนของ สล็อตเว็บตรง เป็นเวอร์ชันของเกมที่ประกอบด้วยกฎเกณฑ์ที่เขียนมากกว่าบทร้อยกรองและคำอธิบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรอื่นๆ โดยทั่วไป เกมจะเล่นในลักษณะที่แตกต่างไปจากเกมที่เขียนตามปกติเล็กน้อย

สล็อตเว็บตรงวอเลท

สล็อตเว็บตรง

ไม่เพียงแต่กฎเกณฑ์ที่เขียนขึ้นเท่านั้น แต่บางครั้งก็มีตารางแสดงการลดค่าของแต่ละอาชีพ คำใบ้เกี่ยวกับวิธีการเล่นเกมและแม้แต่วิธีที่จะได้รับทักษะสูงสุดในแต่ละอาชีพหรืออย่างน้อยที่สุดจุดจบที่มีค่าที่สุดรอง และทักษะในการเตรียมอาหาร เช่น การทำอาหาร ตกปลา เป็นต้น

ตัวอย่างของสิ่งนี้สามารถพบได้ใน สล็อตเว็บตรง โดย Hayden Hawke ซึ่งอุทิศให้กับการสรุปวิธีที่ผู้คนสามารถรับทองคำนับพันในเกม คู่มือนี้จะแสดงวิธีการสร้างทองคำด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด – โดยการครอบครองบ้านประมูล คู่มือทองคำอื่น ๆ สำหรับเวอร์ชันเขียนของ World of Warcraft นั้นเขียนขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกอล์ฟซึ่งเป็นผู้เล่นของ World of Warcraft และมีความเชี่ยวชาญในด้านของเกมต้นฉบับ

สล็อตวอเลท

คู่มือแสดงให้เห็นว่าการใช้จังหวะเวลาตามธรรมชาติของไอเท็มและการประหยัดอย่างชาญฉลาดสามารถหาทองคำได้ในราคาที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อได้อย่างไร สล็อตเว็บตรง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นระดับสูงเนื่องจากวิธีการเหล่านี้ใช้ได้ในทุกระดับตั้งแต่ 1 ถึง 80 คู่มือนี้จะให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในเกมให้ดีที่สุดโดยใช้วิธีการเหล่านี้

โดยปกติจะมีไกด์เพียงสองประเภทซึ่งมักจะเตรียมสอนวิธีทำทองใน World of Warcraft สล็อตเว็บตรง คู่มือการปรับระดับการเขียนและคู่มือการปรับระดับคอมพิวเตอร์ ความแตกต่างของคู่มือทั้งสองประเภทนี้คือคู่มือการปรับระดับที่เขียนไว้ไม่ได้เน้นที่วิธีทำทองในเกมเป็นหลัก ในขณะที่คู่มือการปรับระดับคอมพิวเตอร์นั้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มเลเวลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะได้รับทองคำมากขึ้นในเกม

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจด้วยว่าไกด์ทองคำไม่ได้ออกแบบมาให้จับมือคุณและแนะนำคุณตลอดกระบวนการ พวกเขาจะไม่แสดงให้คุณเห็นวิธีที่เร็วที่สุดในการได้รับทองคำจากระดับหนึ่ง สิ่งที่ไกด์ทำคือให้ข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรที่สามารถช่วยคุณในการค้นหาเพื่อรับทองคำมากขึ้น จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องอ่านคู่มือนี้เพื่อรับทองคำ คุณจะต้องสามารถเข้าใจมันได้ถ้าคุณต้องการที่จะได้รับทองคำผ่านเกม

มีคำแนะนำบางอย่างที่ไม่เพียงแต่นำคุณไปสู่ศิลปะของการรับทองคำ แต่ยังแสดงวิธีการทำอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ Warcraft Riches เป็นหนึ่งในแนวทางดังกล่าว หากคุณต้องการทราบวิธีรับสูงถึง 297 โกลด์ต่อชั่วโมงหรือมากกว่านั้น Warcraft Riches Guide โดย Hayden Hawke เหมาะสำหรับคุณ

คุณสามารถเรียนรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการปรับระดับพลังใน World Warcraft หรือเรียนรู้วิธีรับทองคำมากถึง 297 เหรียญทองในเกม คู่มือทั้งสองนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่ชอบเล่น World of Warcraft

Categories
BLOG

ทาสแมวห้ามพลาด! 6 สถานที่น้องเหมียวในย่าน YA-NE-SEN

ถ้าพูดถึง “เมืองน้องแมว” สถานที่ที่คนญี่ปุ่นนึกถึงแห่งหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นย่าน YA-NE-SEN ในกรุงโตเกียว YA-NE-SEN (谷根千) เป็นคำเรียกรวมของแถบพื้นที่ 3 แห่งที่อยู่ติดกัน ได้แก่ Yanaka (谷中) Nezu (根津) และ Sendagi (千駄木) โดยนำเอาตัวอักษรตัวแรกของแต่ละพื้นที่มารวมกัน ย่านนี้เป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่นว่ามีน้องแมวอาศัยอยู่มากมาย เวลามาเดินเล่นแถวย่านนี้ เราจะพบเจอน้องแมวอยู่ตามซอกตามมุม บนกำแพงและหลังคาเต็มไปหมด นอกจากนี้ ยังมีคาเฟ่และร้านขายของธีมน้องแมว และร้านขนมที่ได้แรงบันดาลใจจากหางแมวอีกด้วย เรามาเดินเล่นในเมืองแมวเหมียวไปด้วยกันนะคะ

1. ย่านขายของ Yanaka Ginza กับแมวแห่งโชคลาภ 7 ตัว

 

ในย่านขายของ Yanaka Ginza จะมีแมวที่แกะสลักด้วยไม้ 7 ตัว วางอยู่ตามที่ต่าง ๆ ว่ากันว่าถ้าใครสามารถหาเจอครบทั้ง 7 ตัว ก็จะได้พบกับสิ่งดี ๆ มีโชคลาภเข้ามาหา แมวทั้ง 7 ตัวนี้มีทั้งที่ตั้งอยู่ในจุดเด่นสะดุดตา และในจุดลับ ๆ ที่ผู้คนมักจะไม่สังเกต ท่าทางของแมวแต่ละตัวก็ช่างน่ารักน่าชัง แค่ยืนมองดูก็รู้สึกสุขใจแล้วล่ะค่ะ

นอกจากนี้ย่านขายของ Yanaka Ginza ยังมีอาหารและขนมอร่อยมากมาย เพื่อน ๆ ระวังอย่าหลงของกินจนลืมหาน้องแมวกันนะคะ ถ้าใครโชคดีหน่อย ก็อาจจะได้เจอน้องแมวตัวจริงอยู่ตามท้องถนนในย่านนี้ก็ได้ค่ะ

2. คาเฟ่เนะโกะเอะมง (Nekoemon)

 

เดินหาแมว 7 ตัวกันมาจนเหนื่อยแล้ว เรามานั่งพักในคาเฟ่กันบ้าง คาเฟ่เนะโกะเอะมงแห่งนี้เป็นคาเฟ่ที่ดัดแปลงมาจากบ้านเก่าอายุมากกว่า 90 ปีเชียวล่ะค่ะ อาหารของที่นี่ตกแต่งในธีมน้องแมวน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นชีสเค้กแมวขาว หรือมองบลังค์แมวดำที่ทำเป็นหน้าน้องแมว และยังมีแยมโรลที่มีหูน้องแมวตกแต่งมาด้วย นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังสามารถลองวาดรูปลงสีบนเครื่องปั้นรูปแมวกวักได้ด้วย อยากจะได้แมวพันธุ์ไหน สีอะไร ก็ใช้จินตนาการวาดลงไปได้เต็มที่

3. ร้าน Maneki Neko Yanaka Dou

 

ถัดจากคาเฟ่เนะโกะเอะมง ก็คือร้าน Maneki Neko Yanaka Dou ซึ่ง Maneki Neko แปลว่าแมวกวัก เพื่อน ๆ คงเดาได้ไม่ยากว่าร้านนี้เป็นร้านขายแมวกวักนั่นเอง ที่นี่มีแมวกวักน่ารัก ๆ ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแมวกวัก Yanaka Neko ซึ่งเป็นแมวกวักแบบดั้งเดิมของย่าน Yanaka และยังมีแมวกวักที่ทำออกมาเป็นพิเศษเฉพาะฤดูกาลอีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีบริการรับทำแมวกวักพิเศษเฉพาะคน หรือ My Maneki Neko ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถสั่งทำแมวกวักที่มีรูปร่างเลียนแบบน้องแมวที่เลี้ยงอยู่ได้

4. ร้าน Neko Action

 

ร้านนี้เป็นร้านขายของจิปาถะธีมน้องแมว มีทั้งพวงกุญแจ เสื้อยืด และกระเป๋าลายแมวเต็มไปหมด ถ้าใครกำลังหาของฝาก หรือของใช้เองก็อย่าลืมแวะเวียนไปร้านนี้กันได้ รับรองว่ามีของลายน้องแมวที่ไม่เคยเห็นที่ไหนอย่างแน่นอน

5. ร้านขนม Yanaka Shippoya

 

 

เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ท้องก็เริ่มหิว มาลองขนมร้าน Yanaka Shippoya กันดูค่ะ ขนมของร้านนี้เป็นโดนัทอบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหางแมว เมนูมีหลายลายหลากรส ไม่ว่าจะเป็นลายหางแมวสามสี หางแมวขาวดำ หรือหางแมวลายเสือ แต่ละลายก็จะมีรสชาติแตกต่างกันไป ถ้าใครมากันเป็นกลุ่ม ก็ลองซื้อมาชิมกันหลาย ๆ รสชาตินะคะ

6. แกลเลอรี่ Neko Machi

 

สถานที่สุดท้ายที่จะพาไปชมก็คือ แกลเลอรี่ Neko Machi ที่นี่ใช้บ้านทั้งหลังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางย่าน YA-NE-SEN มาทำเป็นแกลเลอรี่ ตั้งแต่บันไดทางเข้าจะมีรูปปั้นแมวมายืนต้อนรับ ส่วนข้างในก็เต็มไปด้วยเครื่องปั้น รูปภาพ และงานแกะสลักของน้องแมวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทาสแมวหรือคนที่ชอบงานอาร์ตก็สามารถเพลิดเพลินไปกับที่นี่ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 6 สถานที่แมวเหมียวในย่าน YA-NE-SEN ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนพอมีเวลาว่างสัก 1-2 ชั่วโมงก็สามารถไปเดินเล่นกันได้ หรือใครอยากจะเต็มอิ่มกับเมืองน้องแมวแห่งนี้อย่างเต็มที่ จะใช้เวลา 1 วันในการเที่ยวเล่นก็ไม่มีเบื่อค่ะ    สล็อตเว็บตรง